A Tale of Love and Darkness [ รีวิว ] หนังเด่น 2015 ที่ดูแล้วเศร้า

หนัง A Tale of Love and Darkness จากมุมมอง นาตาลี พอร์ทแมน และ อามอส ออซ รีวิวหนัง ที่ชวนให้หลงไหล

นาตาลี พอร์ทแมน นั่งเก้าอี้ผู้กำกับเป็นครั้งแรกในหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือบันทึกความทรงจำ ” A Tale of Love
and Darkness ” ของ “ อามอส ออซ ” นักเขียนชาวอิสราเอล

A Tale of Love and Darkness
A Tale of Love and Darkness

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นความหลงใหลของ “ นาตาลี พอร์ทแมน ” ถือเป็นภาพยนตร์ที่มีน้อยมากในโลกของฮอลลีวู้ดที่คุณอาจถูกครอบงำด้วยความรู้สึกหรือขอบเขตของความใฝ่ฝัน “ พอร์ทแมน ” นำคุณเข้าสู่โลกของ “ อามอส ออซ ” นักเขียนชาวอิสราเอล โดยหนังสือเรื่องนี้ได้เล่าเรื่องราวอัน ทรงเกียรติ ความรัก และ ความมืด ของเขาในปี 2002 ซึ่งเป็นหนังสือที่ “ อามอส ออซ ” เล่าถึงชีวิตวัยเด็กผ่านช่วงเวลาที่นครเยรูซาเลมเผชิญภาวะสงคราม กระทั่งแม่มาชิงตายจากและการเดินทางของชีวิตเขาผ่านนิคมยิว และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายหลังการก่อตั้งประเทศอิสราเอล

นาตาลี พอร์ทแมน
นาตาลี พอร์ทแมน

“ พอร์ทแมน ” ในฐานะผู้เขียนบทและผู้กำกับ ( นี่คือจุดเด่นของเธอ ) เธอหยิบเอามุมมองของเด็กหนุ่ม “อามอส ” ( Amir Tessler )เด็กหนุ่มที่เติบโตขึ้นมาในกรุงเยรูซาเล็มเมื่อหลายปีก่อนที่จะเป็นมลรัฐมาถ่ายทอด พ่อแม่ของชาวยิวของเขารอดพ้นจากความหายนะ โดยการย้ายไปอยู่ที่ปาเลสไตน์ ในเขตปกครองของอังกฤษ พ่อของเขา “ อาราห์ ” ( Gilad Kahana ) เป็นนักวิชาการที่ไม่ได้เชียวชาญในอาชีพ และเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ชายในฝันของ “ ฟาเนีย ” ( Portman ) ภรรยาของเขาเอง “ อามอส ” สามารถมองเห็นความขัดแย้งในครอบครัวของเขา และความขัดแย้งขนาดใหญ่ในสังคมที่เขาอาศัยอยู่ด้วย “ ฟาเนีย ” มีบทบาทสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอสอน “ อามอส ” ให้รู้ถึงพลังของคำพูด บอกเล่าเรื่องราวที่เปิดมุมมองความคิดของเขา แม่เลี้ยงดูเขาอย่างดีจนกระทั่งเธอได้จากเขาไป ในฐานะผู้กำกับ “ พอร์ทแมน ” ทำให้เราได้เข้าใจว่า “ อามอส ” เห็นอะไรบ้างและไม่ใช่แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น เมื่อความฝันของ “ ฟาเนีย ” ที่หวังจะมีชีวิตใหม่ไม่สามารถเป็นจริงได้ เช่นความฝันเกี่ยวกับอิสราเอล

เธอเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า เรื่องราวช่วงที่เธอบอกลูกชายของเธอทั้งสองเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย ทำให้พวกเขาสับสนและตื่นตระหนก พวกเขาเห็นแม่ตบหน้าตัวเองอย่างรุนแรง และทั้งหมดนี้ส่งผลให้พ่อไปมีผู้หญิงคนใหม่ เรื่องราวจมลงสู่ความเงียบครอบครัวที่ไม่มีความสุขยิ่งไม่มีความสุขมากขึ้น “ อามอส ” ก็ถูกรังแกที่โรงเรียน โดยพวกกลุ่มก่อการร้ายชาวยิว “ อามอส ” ไม่สามารถเข้าใจความโหดร้ายของโลกได้ทั้งหมด หรือแม้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่ของเขา “ พอร์ทแมน ” เกิดที่เยรูซาเล็ม และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ด้านจิตวิทยา และเธอได้ใช้ภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อสื่อถึงจิตวิทยาในเด็ก ไม่มีใบปริญญามาเติมช่องว่างที่ขาดหาย ไม่มียาที่มาช่วยเยียวยาแผลที่เกิดขึ้น ชีวิตเราเป็นไปในแบบของเรา เช่นเดียวกับชีวิต “ อามอส ” ทุกฉากในหนังได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่น และความเศร้าใจของ “ พอร์ทแมน ”

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก movie.kapook.com/view67340.html