รีวิว Fast & Furious 7 เร็ว แรง ทะลุนรก 7

หนังแอ็คชั่น Action Movie เรื่อง Fast & Furious 7 เร็ว แรง ทะลุนรก 7

จากหนังที่เล่าเรื่องการซิ่งรถป่วนเมืองในภาคแรก ๆ สู่การเป็นแก๊งอาชญากรระดับโลก ที่ยิ่งทำ ก็ยิ่งสนุก!! ภาคต่อของแฟรนไชส์สุดยอดหนังซิ่งรถในตำนานอย่าง Fast & Furious ที่ดำเนินเรื่องราวมาถึงภาคที่ 7 แล้ว การต่อสู้ครั้งใหม่ ที่จะเป็นภาคสั่งลานักแสดงที่เป็นขวัญใจขาซิ่งอย่าง Paul Walker และ ก้าวแรกของนักแสดงไทยในระดับโลกอย่าง Tony Jaa หรือ “จา พนม ยีรัมย์” กับหนัง Fast & Furious 7 : เร็ว แรงทะลุนรก

Fast & Furious 7

เรื่องย่อ : เมื่อจบศึกกับ “ลุค ชอว์” วายร้ายจากภาคที่แล้ว “เดคคาร์ด ชอว์”(สเตแธม) หัวหน้าหน่วยรบใต้ดิน อดีตหน่วยพิเศษของอังกฤษ ก็ลั่นวาจาว่าจะล้างแค้นให้น้องชาย ที่อาการปางตายในโรงพยาบาล…

และรายแรกที่สังเวยไฟแค้นของเขาก็คือ “ฮาน” (ซุง คัง) หนึ่งในแก๊งค์ซิ่งระห่ำ เพื่อนรักของ “โดมินิค ทอร์เรตโต้” หรือ ดอม (วิน ดีเซล) และดอม ก็โดนถล่มบ้านอันแสนสงบของเขาใน LA ด้วยระเบิดของเดคคาร์ด ทำให้ดอมแค้นมาก และต้องการเอาคืนในสิ่งที่เดคคาร์ดได้บังอาจมาฆ่าเพื่อนรัก และทำลายครอบครัวอันแสนสุขของเขา

Fast & Furious 7

แต่ด้วยข้อเสนอของ Mr.Nobody (เคิร์ท รัสเซล) เจ้าหน้าที่ผู้ทำงานใต้ดินให้รัฐบาลอเมริกัน ที่ต้องการกำจัด “จากันดี” (ดีจ์มอน ฮอนซูว) หนึ่งในวายร้ายระดับโลก ที่รู้จักกับเดคคาร์ด ด้วยการชิง”ตาทิพย์” อุปกรณ์จารกรรมข้อมูลที่สามารถเห็นทุกอย่างในโลกผ่านระบบอินเตอร์เนต ซึ่งถ้ามีอุปกรณ์นี้ ที่พัฒนาโดย”แรมซี่ย์” แฮคเกอร์ชาวอเมริกันที่ถูกจากันดีจับตัวไป

“ถ้าหาตาทิพย์ได้ การตามหาเดคคาร์ด ชอว์ ก็ไม่ใช่ปัญหา” ข้อเสนอของ Mr.Nobody ทำให้ดอมต้องยอมรับข้อเสนอ เพื่อตามล่าวายร้ายที่ทำลายความสงบสุขของเขา และเหตุนี้ พรรคพวกร่วมก๊วนซิ่ง ก็กลับมารวมพลกันอีกครั้งในหนังภาคต่อ Fast & Furious 7

รีวิว : ตัวหนังมีครบรสชาติ ไม่ว่าจะแอคชั่นโม้แหลกเหนือจินตนาการ ดราม่าครอบครัว มิตรภาพเพื่อนฝูง หรือจะฉากตลกเบาสมอง (ที่เพิ่มความฮาน้ำตาเล็ดด้วยเสียงพากย์ไทย)

Fast & Furious 7
ซึ่งจากจุดนี้ไป ขอแนะนำว่า “ห้ามพกตรรกะความเป็นจริงในชีวิตคุณ หรือความสมจริงใด ๆ เข้าไปชมหนังเรื่องนี้เด็ดขาด” เพราะคุณจะเจอคำถามมากมายที่หนังไม่มีคำตอบให้ ถ้าเอาเหตุผลเขวี้ยงทิ้งลงถังขยะแล้วล่ะก็ คุณจะได้พบความบันเทิงชนิด “มันส์โคตรพ่อโคตรแม่”เลยก็ว่าได้…เพราะมันคือ 137 นาที ( 2 ชม 17 นาที ) ที่สุดยอดในหลาย ๆ ความหมาย มันมีนัยของคำว่าเพื่อน พี่น้อง ที่ตัวหนังดึงอารมณ์คนดูให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวทอร์เรตโต้ไม่ยากเลย

Fast & Furious 7

ฉากแอคชั่นโม้แหลก ตึกรามบ้านช่องกระจุยกระจาย แอคชั่นหมัดเท้าเข่าศอกสวย ๆ ที่ จา พนม ได้มีส่วนในการออกไอเดียท่าทางการต่อสู้ (บางจุดดูรู้เลยว่า “ก๊อบต้มยำกุ้ง”มาเนียน ๆ ) / หรือจะเป็น มุมกล้อง”ตามการกระแทก”สวย ๆ แบบหนัง The Raid 2 ก็มีให้เห็น มันทั้งทรงพลัง ดุดัน และรุนแรงจนเราเชื่อว่ามันหนักจริง ๆ นี่ยังไม่รวมรถยนต์ระดับ Super Cars สารพัดยี่ห้อที่อีตา เจมส์ วาน ผู้กำกับได้เอามาถลุงเล่นในฉากไล่ล่าความเร็วสูงตามฉบับหนัง Fast ก็มีให้เห็นกันจนเหล่าสาวกรถซิ่งทั้งหลายพากันซี้ดปากด้วยความเสียดาย ยิ่งถ้าใครมีความรู้เรื่องการแต่งรถล่ะก็ คุณจะได้หัวข้อสนทนาสนุก ๆจากหนังเรื่องนี้ที่แฝงมาแบบเนียน ๆ เลยก็ว่าได้

Fast & Furious 7

 

ส่วนที่เป็นประเด็นดราม่าคือเรื่องที่ว่า จา พนม เป็นแค่ตัวประกอบรึเปล่า?  บอกได้เลยว่า “ไม่เลย” พี่จาทำหน้าที่แอคชั่นสตาร์ได้สมราคามาก ๆ ถึงทั้งเรื่องพี่แกยังพูดน้อยเหมือนเดิม แต่ Image ของพี่แกดูดุ ดิบ และโหดกว่าตอนที่ยังแสดงหนังในไทย แถมบทของเขา ก็”สำคัญพอสมควร” และมีส่วนทำให้ฉากดวลวิทยายุทธ์ในเรื่องดูพริ้วไหว เลอค่า และไม่แข็งกระด้างแบบภาคก่อน ๆ ดังนั้น ใครบอกว่า ตัดจา พนม ออกไปเถอะ จะดูนักแสดงคนอื่น ๆ ! จะสวนกลับเลยว่า “ถ้าตัดฉากพี่จาออกไปล่ะก็ เนื้อหาหนัง The Fast ภาค7 จะหายไปราว ๆ  20-30% ของหนังทั้งหมดเลยนะ!”

และตัวหนังสามารถใช้เทคนิคCGกับน้องชายของพอล โคดี้ วอลค์เกอร์ ได้ออกมาชนิดว่า เหมือนพอลมาก ๆ (เพราะตอนที่พอลยังมีชีวิต โคดี้เองก็มักจะเล่นเป็นสตันท์แทนพอลในฉากเสี่ยงตายเสมอ ๆ )

 

ขอบคุณข้อมูล metalbridges.com/fast-furious-7/

Leave a Reply

error: Content is protected !!